Home / ข่าวทั่วไทย / ดร.กนก ชี้ ควรเปิดเทอมให้เร็วกว่า 1 ก.ค. อย่าให้หยุดเรียนนานเกินไป

ดร.กนก ชี้ ควรเปิดเทอมให้เร็วกว่า 1 ก.ค. อย่าให้หยุดเรียนนานเกินไป

จากกรณีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลให้ต้องมีการเลื่อนการเปิดเทอมของเหล่านักเรียนและนักศึกษาไป เพื่อป้องกันการเกิดโรคระบาด

ล่าสุาด Workpoint News ได้เผยข้อมูลว่า

จากกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการ จัดให้มีการทดลองการเรียนทางไกล ผ่านช่องทีวีและช่องทางออนไ ลน์ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับ การเปิดเทอมที่เลื่อนไปเป็น วันที่ 1 ก.ค. และเตรียมความพร้อมกรณีที่เมื่อถึงวันเปิดเรียนบางพื้น ที่อาจยังไม่ปลอดภัยเพียงพอ

วันที่ 18 พ.ค. ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปั ตย์ กล่าวว่า ข้อกังวลของวงการศึกษา คือ การปล่อยให้นักเรียนหยุดเรียนอย่างยาวนาน ถึงแม้จะมีการเรียนผ่านช่องทีวีดิ จิตอลก็ตาม ก็อาจส่งผลเสียหายต่อกระบวน การเรียนรู้ของนักเรียน ทั้งนี้เพราะความไม่เชื่อว่าการสอนออนไลน์ ผ่านทีวีดิจิตอลที่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ดำเนินการนั้น จะสามารถพัฒนาคุณภาพนักเรีย นได้อย่างที่ควรจะเป็น ในทางกลับกัน ถ้าให้นักเรียนไปโรงเรียนใน ช่วงเวลานี้ แล้วนักเรียนเกิดติดเชื้อไว รัสโควิด 19 ก็จะกลายเป็นความไม่สบายใจของผู้ปกครอง และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง

ตนในฐานะที่ทำงานทางด้านการ ศึกษามาอย่างต่อเนื่อง ขอเสนอความคิดเห็นต่อเรื่อง นี้ว่า ถ้า สพฐ. จะเป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องน ี้ แล้วให้นักเรียนทั้งประเทศป ชฏิบัติตาม ตนคิดว่าคงจะไม่ถูกต้องนัก เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 ในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน

น่าจะให้คณะกรรมการสถานศึกษาของโรงเรียน ประกอบด้วย ตัวแทนผู้ปกครอง พ่อและแม่ บุคคลในชุมชน ครู และผู้บริหารโรงเรียน รวมไปถึงแพทย์ในพื้นที่ดังก ล่าวเข้าร่วมให้ความเห็นก็น ่าจะเป็นช่องทางที่เหมาะสมกับทุกฝ่าย ไม่ใช่ปล่อยตามอำเภอใจของ สพฐ.

ด้าน นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีต รมว.ศึกษาธิการ แกนนำพรรคเพื่อไทย แสดงความเห็นผ่านทางเฟซบุ๊ก ว่า “เปิดโรงเรียนไม่ใช่เรียนออนไลน์” ซึ่งการดำเนินการของกระทรวง ศึกษาธิการ ตอนนี้ ทำให้ผู้ปกครองหัวหมุนไปทั่งประเทศ

กรณีไวรัสโควิดมาจากต่างประ เทศ กลุ่มเสี่ยงมีไม่ถึง 1% ของประชากรของประเทศไทย และวันนี้ในการปฏิบัติงานของสาธารณสุขจังหวัด อสม.ชุมชน มีการติดตามกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสสัมผัสกับชาวต่างประเ ทศหรือคนที่เดินทางมาจากต่า งประเทศหรือในกลุ่มชายแดนได ้เป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นอยากให้กระทรวงศ ึกษาธิการ เอาใจใส่เป็นพิเศษเฉพาะกลุ่ มโรงเรียนที่เป็นจุดเสี่ยงเท่านั้นก็พอ โดยให้คณะทำงานของจังหวัดทำ งานประสานกับคณะกรรมการโรงเ รียนก็เชื่อมั่นได้ว่าจะ สามารถควบคุม สร้าง ความมั่นใจและมีความปลอดภัย ได้ เป็นอย่างดี

“ในจำนวน 37,000โรงเรียนนั้น น่าจะมีข้อกังวลในระดับ 1,000 โรงเรียน ไม่ใช่ทั้งหมด จึงขอให้กระทรวงศึกษาธิการผ ่อนคลายและดำเนินการจัดให้ม ีการเรียนการสอนในโรงเรียนที่ห่างไกลจากไวรัสโควิดได้แ ล้วครับ”

ขณะที่ น.ส. สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา โฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวทางที่ดูเ หมือนมุ่งเน้นไปที่การเรียน แบบออนไลน์และทางไกลมากกว่า การเตรียมความพร้อมเพื่อให้ มีการเรียนการสอนในโรงเรียน อย่างปลอดภัย แนวทางที่ควรเป็นคือการเปิด เทอมให้ได้เร็วที่สุดโดยเตร ียมความพร้อมให้เด็กสามารถก ลับมาเรียนในโรงเรียนได้ เรื่องนี้ถือเป็นหน้าที่ของ รัฐบาลโดยตรง ต้องมีมาตรการเชิงรุกที่ช่ว ยให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตใ กล้เคียงภาวะปกติได้โดยเร็ว

การเรียนออนไลน์ควรเป็นแค่ทางเลือกหรือทางออกสำรองในกร ณีฉุกเฉินเท่านั้น หากพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจ ุบัน การเปิดเรียนในโรงเรียนไม่ใ ช่เรื่องที่ทำไม่ได้และจะสา มารถช่วยอุดช่องว่างความเหล ื่อมล้ำในสังคมไทยได้อีกระดับด้วย

“ทางเลือกแรกของโรงเรียน คือการมุ่งทำทุกวิถีทาง ไม่ว่าจัดห้องเรียนให้มีระย ะห่างเหมาะสม จัดคาบเรียนใหม่ ปรับรูปแบบของกิจกรรมการเรี ยนรู้ การกำหนดกติกาในโรงเรียน กำหนดมาตรการคัดกรอง และออกมาตรการต่างๆ เพื่อทำให้โรงเรียนเป็นพื้น ที่ปลอดภัยให้ได้มากที่สุด การเรียนออนไลน์ ควรเป็นทางเลือกสำหรับเด็กท ี่พ่อแม่มีความคล่องตัวสามารถสอนลูกเองได้ และประสงค์ที่จะให้ลูกเรียนที่บ้าน”

ขอบคุณภาพและข้อมูลจาก Workpoint News

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *