Home / Uncategorised / เงินประกันสังคม ขอรับคืนได้รู้ไว้ก่อนเสียเงินก้อนโต

เงินประกันสังคม ขอรับคืนได้รู้ไว้ก่อนเสียเงินก้อนโต

ปัจจุบัน มีระเบียบสำนักงานประกันสังคมที่ระบุว่า หากนายจ้างหรือผู้ประกันตน ส่งเงินสบทบเกินจำนวนที่ต้องส่ง สามารถขอรับเงินคืนได้ และหนึ่งในกรณีที่จะขอรับเงินคืนก็คือ การที่ผู้ประกันตนทำงานกับนายจ้างหลายรายนั่นเอง รายละเอียดติดตามได้จากบทความเรื่องนายจ้าง ผู้ประกันตนนำส่งเงินสมทบไว้เกินจำนวนที่ต้องจ่าย ขอคืนได้

สำหรับคนที่ทำงานประจำ ทำงานบริษัททำงานโรงงานส่วนมากจะมีประกันสังคมให้อยู่แล้วและเราจะต้องจ่ายทุกเดือน โดยจากเงินเดือนของเราเองจะโดนบริษัทหักไปจ่ายให้อัตโนมัติเลย

ประมาณ 5 เปอร์เซนตามแต่เงินเดือนของแต่ละคน แต่ก็สูงสุดไม่เกิน 750 บาท/เดือนบางคนจ่ายๆ ไปโดยที่ไม่รู้เลยว่าเงินส่วนนั้นใช้ทำอะไรได้บ้างเขากันไว้สำหรับทำอะไรบ้าง

เงินประกันสังคมที่เราจ่ายๆ กันไปทุกเดือนนั้น เป็นการประกันตนแบบภาคบังคับ พนักงานบริษัทพนักงานประจำทุกคนจะต้องทำถือเป็นเงินออมในตัวอีกด้วย ซึ่งจะถูกหักไปเลย5เปอร์เซนของเงินเดือน

จะเอาไว้ใช้เป็นเงินตอนที่เราเจอปัญหาเช่น ได้รับอุบัติเหตุเจ็บป่วยไข้ไม่สบายพิการและเสีย

ชีวิตรวมถึงกรณีการคลอดบุตรชราภาพ และการว่างเงินอีกด้วยนะ ไม่ต้องคิดเสียดายเงินส่วนนี้ตอนจ่ายเพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมานั้น เรายังใช้ประกันสังคมเป็น ตัวช่วยได้นั่นเอง

เงินประกันสังคมนั้นลูกจ้างจ่ายเพียง 1 ใน 3 ส่วนเท่านั้น ซึ่งในประกันสังคมมีด้วยกัน 3 ฝ่ายที่จะต้องรับผิดชอบสมทบเงินเข้ากองทุน มีดังนี

1.รัฐบาล

2.นายจ้าง

3.ลูกค้า

โดยลูกจ้างนั้นจะได้จ่ายเงินเข้ากองทุนประกันสังคมเพียง 5เปอร์เซน ของเงินเดือนเท่านั้น ส่วนรัฐบาลก็ช่วยอีกส่วน ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มมากทีเดียว โดยเงินประกันสังคมนั้นก็จะแบ่งออ กเป็น 75 บาท สำหรับเอาไว้ใช้กรณีว่างงาน ใครตกงาน ว่างงานไปขอเงินส่วนนี้คืนได้ ต่อไปอีก 450 บาท จะเป็นเงินออมเอาไว้ใช้

ตอนอายุ 55 ปี เงิน 750 บาท ที่เราโดนหักไปเข้าประกันสังคมนั้นจะเป็นแบ่งออกไปอีก 225 บาทเอาไว้เผื่อยามเจ็บป่วยมีเหตุให้ต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลกรณี พิการกรณีเสียชีวิตหากคุณไม่ใช้สิทธิ์มันก็จะหายไป

การขอคืนเงินจากประกันสังคม เมื่ออายุครบ 55 ปี

1.หากจ่ายเงินประกันสังคมไม่ครบ 1 ปี จะได้คืนเป็นเงินก้อนแบบบำเหน็จชราภาพเช่นคุณจ่าย 750 บาทไปกี่เดือนก็เอาไปคูณได้เท่าไหร่แล้วก็เอาไปหัก

450 บาทที่เป็นเงินออม เราต้องใช้ส่วนของเงินออมนี้มาคูณ เช่น จ่ายไป 10 เดือน ก็เอา 450 x 10 = 4,500 บาท นั่นเอง

2.กรณีที่จ่ายครบ 1 ปี แต่ว่าไม่ถึง 15 ปี ก็จะได้เงินก้อนบำเหน็จเช่นกัน แต่ก็จะได้มากกว่าข้อแรก ซึ่งจะได้ส่วนที่นายจ้างสมทบด้วยเช่นจ่าย 750 บาท 7 ปี

84เดือน พออายุครบ 55 ปี ก็เอาส่วนที่เราจ่าย +450 ส่วนนายจ้างจ่าย x84 เดือน ก็จะออ กมาเป็นเงิน 75,600 บาท เป็นต้น

3.กรณีที่จ่าย 15 ปีขึ้นไปก็จะได้รับเงินเป็นรายเดือน ซึ่งจะเรียกว่าบำนาญช ราภาพซึ่งก็จะมีการคำนวณด้วยกัน 2 กรณี

1.กรณีที่จ่ายครบ 15 ปี พอดีก็จะได้รับรายเดือน 20เปอร์เซนของเฉลี่ยเงินเดือน 60 เดือนสุดท้ายเช่น 60 เดือนสุดท้ายเฉลี่ยออกมาแล้วได้ 15,000 บาท ก็จะได้ 20เปอร์เซนคือ 3,000 บาท/เดือนนั่นเองไปตลอดชีวิต

2.กรณีนี้เป็นการจ่ายเงินสมทบประกันสังคมมากกว่า 15 ปี ซึ่งจะได้รับโบนัสเพิ่ม 1.5เปอร์เซนของเงินเดือน 60 เดือนสุดท้าย หากครบปี เช่นจ่ายครบ 20 ปีก็จะ

ได้ต่อเดือน 20เปอร์เซน ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือน + 1.5เปอร์เซน ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือน x 5 ปี จ่าย 20 ปี เกินจากที่กำหนดขั้นต่ำมา 5 ปี ยกตัวอย่างเฉลี่ยเงินเดือน 60 เดือนสุดท้าย = 15,000 บาท

จะได้รายเดือนเป็น 20เปอร์เซน x 15,000 บาท = 3,000 บาท + 1.5เปอร์เซน x 15,000 บาท x 5 ปี = 3}375 ซึ่งก็จะได้อยู่ที่ 6,375 บาท/เดือน ไปตลอ ดชีวิตนั่นเอง

ในกรณีที่รับเงินบำนาญชราภาพยังไม่ครบ 5 ปีแล้วดันเสียชีวิตก่อนก็จะได้รับเงินบำเหน็จ 10 เท่าของเดือนสุดท้ายของเงินบำนาญ เช่นรับบำนาญ 6,375

บาท/เดือนเสียชีวิตก็จะได้รับเลย 63,750 บาท นั่นเองประกันสังคมนั้นแม้ว่าจะไม่ได้เงินก้อนเร็วอะไรมากมายแต่เราก็ยังดีกว่าไม่ทำประกันอะไรไว้เลย บริษัทไหนที่เราเข้าทำงานแล้วไม่ทำประกันสังคมให้พนักงานบริษัทนั้นไม่มีความน่าเชื่อถือแล้ว

ที่มา:rustory

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *