Home / ข่าวทั่วไทย / สมคิดยอมรับ“เดือนหน้าอ่วมหนัก”จ่อปิดตัวอีกหลายบริษัท

สมคิดยอมรับ“เดือนหน้าอ่วมหนัก”จ่อปิดตัวอีกหลายบริษัท

จากสถานการณ์วิกฤต โควิด-19 ที่ระบาดหนักไปทั่วโลกทำให้เศรษฐกิจโลกยังไม่เกิดการส่งออก สมคิด จาตุศรีพิทักษ์รองนายกรัฐมนตรีได้ออกมายอมรับ เดือนกรกฎาคมบริษัทจะปิดตัวเพียบเร่งใช้เงินกู้ 4 แสนล้านรับมือสถานการณ์

นายสมคิดจาตุศรีพิทักษ์รองนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายเศรษฐกิจพอเพียงสร้างไทยและโครงการ New Gen ฮักบ้านเกิดจัดโดยธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์หรือธกส ตรวจของทางรัฐบาลหลังจากออกมาตรการควบคุมการระบาดของ โควิด 19 เป็นเวลา๑ไตรมาสจนทำให้ไม่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทั้งนี้ต้องดูตามหลักความเป็นจริงว่าเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจไทยไม่ดีขึ้น

การผ่อนปรนมาตรการควบคุมการระบาดของ โควิด-19 ต้องทำอย่างมีเหตุผล เป็นตัวอย่างความระมัดระวังทั้งนี้พลเอกประยุทธ์จันทร์โอชานายกรัฐมนตรียังได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ได้มีการคาดการณ์ว่าในเดือนกรกฎาคม 2563 หลังจากรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ ระยะที่ 4 แล้วจะเริ่มมีธุรกิจทยอยปิดตัวลงอย่างมากเนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังไม่เกิด โรงงานยังไม่สามารถกลับมาผลิตได้อย่างเต็มที่นักท่องเที่ยวต่างชาติยังไม่กลับมาดังนั้นในช่วงเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคม 2563 นี้รัฐบาลจึงได้มีแผน เสนอจัดทำโครงการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยเป็นการกู้เงิน ฉุกเฉิน วงเงิน 4แสนล้านบาท ภายใต้พระราชกำหนดพรกกู้ฉุกเฉินวงเงิน 1 ล้านบาท จะมีคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการภายใต้พ.ร.ก. เงินกู้ดังกล่าวเข้าร่วมพิจารณาโครงการที่มีความเหมาะสมภายในเดือนมิถุนายน 2563 นี้คาดว่าจะเสนอโครงการต่างๆให้ทางคณะรัฐมนตรีพิจารณาตามแบบแผน

สำหรับด้านนโยบายเศรษฐกิจพอเพียงสร้างไทยนั้นเป็นหนึ่งในแนวทางที่เตรียมไว้เพื่อรองรับคนตกงานที่เดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อให้สามารถมีงานทำและมีรายได้แม้จะไม่เท่าเดิมแต่ก็ยังมีรายได้เพียงพอจึงเจือกสำหรับใช้ภายในครัวเรือนสร้างอนาคตให้กับคนไทยให้มีทางเลือกในการสร้างชีวิตแทนที่จะต้องอพยพย้ายถิ่นฐานมาเป็นแรงงานมาเป็นคนจนในเมืองซึ่งอาจจะเป็นผลเสีย จากการพัฒนาในอดีตที่เน้นการผลิตและการสร้างฐานการผลิตเพื่อส่งออกเพียงอย่างเดียว นโยบายดังกล่าวต้องการทำให้คนยืนอยู่ได้ ทำให้มีหัวขบวนรวมกลุ่มและให้ทุกฝ่ายไปช่วยเหลือคนที่อ่อนแอ โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรหรือธกสออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ 0.01% ถ้าเกินกว่านี้จะใช้มาตรการรัดกุม เล่นงาน

ทั้งนี้โครงการเศรษฐกิจพอเพียงสร้างไทยจะประกอบไปด้วย

1.โครงการเสริมสร้างความมั่นคงระดับครัวเรือนโดยรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณโดยตรงจำนวน 1.07 หมื่นล้านบาท:ขับเคลื่อนและพัฒนาให้เกษตรกรจำนวน 300,000 ราย สร้างความมั่นคงทางอาหารโดยมีแหล่งอาหารเพื่อเลี้ยงชีพภายในพื้นที่รอบตัวและสร้างโอกาสให้กับคนรุ่นใหม่มีความรู้มีความเชื่อมั่นในวิถีเกษตรโดยทางธนาคารธกสจะสนับสนุนสินเชื่อผ่อนปรนได้แก่สินเชื่อพอเพียงเพื่อเลี้ยงชีพวงเงิน 1 หมื่นล้านบาทและคาดว่าเกษตรกรใช้สินเชื่อประมาณ 2แสนราย สินเชื่อฮักบ้านเกิดวงเงิน 6 หมื่นล้านบาทคาดว่าจะมีเกษตรกรใช้สินเชื่อ 5แสนราย และสินเชื่อระยะสั้นฤดูกาลผลิตใหม่วงเงิน 1 แสนล้านบาทคาดว่าจะมีเกษตรกรใช้สินเชื่อนี้ประมาณ 2 ล้านราย

2.โครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งระดับชุมชน:โดยทางรัฐบาลสนับสนุนงบประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาทสนับสนุนรัฐวิสาหกิจชุมชน 1.6 หมื่นแห่งสำหรับนำไปลงทุนพื้นฐานด้านทางการเกษตรในอัตราไม่เกิน 50 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าการเรียนรู้และไม่เกินแห่งละ 5 ล้านบาทสนับสนุนค่าใช้จ่ายในปัจจัยการผลิตสำหรับ วิสาหกิจชุมชนที่มีการบริหารและการดำเนินการผลิตสร้างมูลค่าเพิ่มโดยธกสสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยผ่อนปรนได้แก่สินเชื่อธุรกิจสร้างไทยวงเงิน 3 หมื่นล้านบาทและสินเชื่อ SMEเกษตรวงเงิน 4 หมื่นล้านบาท

3.โครงการเสริมสร้างความยั่งยืนของเศรษฐกิจ ฐานราก:โดยทางรัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณ 2.1 หมื่นล้านบาทเพื่อให้สถาบันเกษตรกรและผู้ประกอบการ 7.2 พันแห่งเป็นหัวขบวนในการรวบรวมการผลิตแปรรูปผลผลิตเชื่อมโยงตลาดเป็นต้น

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *