Home / ข่าวทั่วไทย / เตือนแล้วนะ! อย่าประมาทกับเงินทอง อย่าฟุ่มเฟือย 9 สิ่งนี้กำลังจะเกิดขึ้นจริง

เตือนแล้วนะ! อย่าประมาทกับเงินทอง อย่าฟุ่มเฟือย 9 สิ่งนี้กำลังจะเกิดขึ้นจริง

จากภาวะเศรษฐกิจอาจจะทำให้หลายคนกำลังเห็นภาพลางๆ ในอนคตที่ต้องบอกว่าเป็นภาพที่ไม่ดีเอาซะเลย หลังจากเกิดโรคระบาด เศรษฐกิจชะลอตัวอย่างชัดเจน การท่องเที่ยวลดลง แม้กระทั่งรายได้ประจำก็สูญหาย วันนี้ เรามี 9ข้อที่จะเกิดขึ้นจริงในอนาคตมาฝากกันค่ะ

1.เงินเฟ้อแฝง

นอกจากดอกเบี้ยเงินฝากในบัญชีจะไม่มีแล้ว ค่าครองชีพก็ยังเพิ่มขึ้นทุกปี หากลองมองย้อนกลับไปในอดีต จะเห็นว่าค่าครองชีพนั้น สูงขึ้นรื่อยๆ เงิน 40 บาท ที่เมื่อก่อนซื้ อก๋วยเตี๋ยวได้ 2 ชาม เดี๋ยวนี้ก็ซื้อได้แค่ชามเดียว เรามีเงินเท่าเดิมในขณะที่ข้าวของทุกอย่างแพงขึ้น ซื้ อของได้น้อยลง นี่แหละที่เรียกว่า เงินเฟ้อแฝงก็คือ ค่าครองชีพ

2.ครอบครัวมีปัญหามากขึ้น

สมัยก่อนผู้ชายจะเป็นคนออ กไปทำงาน หาเงินเพื่อมาเลี้ยงครอบครัว ผู้หญิงจะอยู่บ้านคอยดูแลงานบ้าน และเลี้ยงลูก ทำให้มีเวลาอยู่กับลูกได้ตลอดแต่พอมายุคนี้ ทั้งพ่อและแม่ก็ออกไปทำงานนอกบ้าน และยิ่งยุคที่เงินหายากยิ่งต้องทำงาน มากขึ้นไปอีก เพราะหาเงิน มาก็ไม่พอค่าใช้จ่าย ลูกก็ไม่มีใคร

อยู่ด้วย และยิ่งมีการทำโอทีกลับบ้านดึกดื่น ยิ่งไม่มีเวลาเจอหน้ากันเลยในแต่ละวัน และเมื่อพ่อแม่ทำแต่งาน ไม่มีเวลาให้ครอบครัว ก็ทำให้ลูกเริ่มมีปัญหาและเป็นปัญหาสังคมต่อไปอีก

3.คอรัปชั่นและการโกงจะมากขึ้น

แน่นอนว่าเงินยิ่งหายากการมีโอกาสหรือหนทาง ก็ต้องคว้าเอาไว้ และมันทำให้คนขาดจิตสำนึกได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ยอมทำทุกอย่างเพื่อเงินไม่สนใจว่ามันเป็นสิ่งที่ผิดหรือถูก

4.หลังจากยุคดอกเบี้ย 0 เปอร์เซนต์ ทุกอย่างจะแย่ลงไปอีก

นั่นเป็นเพราะว่าเงินจะล้นระบบ แต่ไม่ใช่เงิน มีมากสำหรับทุกคนหรอกนะ เมื่อเงินล้นระบบ จะล้นไปอยู่ที่มือคนรวย ซึ่งคนรวยมีจำนวนที่น้อยมากๆ เมื่อเทียบกับคนยากจน จึงเกิดการใช้จ่ายที่น้อยตามไปด้วย และเมื่อใช้จ่ายน้อย ก็จะส่งผลจากเล็กๆ

เช่น พ่อค้าแม่ค้าไม่มีคนซื้อของก็จะขๅยไม่ได้ตลาด ห้างสรรพสินค้าไม่มีคนเดิน คนส่วนมากไม่มีเงินที่จะเอาไปใช้จ่ายให้เงินหมุนเวียนเศรษฐกิจ และพอเศรษฐกิจไม่ดี ทั้งบริษัททั้งโรงงาน ก็ต้องปิดตัวลง พนักงานและคนงานก็ต้องตกงาขน

5.ความเหลื่อมล้ำจะมากขึ้น

หากเงินฝากไม่มีดอกเบี้ย ก็จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคมเพิ่มมากขึ้นได้เช่นกัน คนรวยที่มีอยู่เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ก็จะยิ่งรวยขึ้น ในขณะที่คนยากจน คนที่หาเช้ากินค่ำไ ม่มีเงินเหลือเก็บ และยิ่งการวางแผนทางการเงินไม่มี หรือลงทุนไม่เป็น ไม่มีความรู้ในการลงทุนให้เงินงอ กเลยได้เลย ก็ต้องทำงานหนักแบบนี้ไปตลอ ดชีวิต

6.เงินจะอยู่เหนือคน มากยิ่งขึ้น

เมื่อเงินหายากมากขึ้น ก็ยิ่งมีค่ามากขึ้น และคนก็จะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมาโดยที่จะไม่สนว่าต้องทำให้ใครรู้สึกแย่เรียกว่าไม่แคร์กับผลที่ตามมาเลยก็ว่าได้

7.ผู้สูงอายุต้องกลับมาทำงาน

ปกติแล้วในวัยสูงอายุ คนวัยนี้ส่วนใหญ่ก็มักจะวางแผนก่อนวัยเกษียณ เพื่อให้มีเงินเก็บเงินก้อนไว้ใช้หลังเกษียณได้มากเพียงพอที่จะสามารถฝากธนาคาร และหวังเก็บดอกเบี้ยกินได้บ้าง แต่ถ้าหากเงินฝากไม่มีดอกเบี้ย ก็จะทำให้เงินก้อนค่อยๆถูกใช้ไปจนหมด และก็กลายเป็นว่า ผู้สูงอายุต้องกลับมาทำงานเพื่อหาเงินเลี้ยงตัวเองอีกครั้ง

8.เงินจะหายากมากขึ้น

ลองดูทุกวันนี้สิว่าคนเริ่มจับจ่ายใช้สอยกันน้อยลงขนาดไหน นี่ยังไม่รวมกับวิกฤตโควิด ที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้ จนส่งผลกระทบในวงกว้าง และหากในอนาคตที่ธนาคารทั่วโลกจะให้ดอกเบี้ยเงินฝาก 0 เปอร์เซนต์ เท่ากับคนที่ฝากเงินในธนาคารจะไม่ได้ดอกเบี้ยเลย

คุณรู้ไหมว่า เงินที่สามารถงอกเงยจากระบบดอกเบี้ ยนั้น มีถึงแสนล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว และถ้าเงินส่วนนี้หายไปกลายเป็น 0 คิดภาพดูสิว่าเงินหายไปจากเศรษฐกิจ ชีวิตประจำวันขนาดไหน เมื่อเงินหายไป กำลังการซื้อก็ลดลงด้วยเช่นกัน

9.คำว่าอิสรภาพทางการเงินจะเอื้อมถึงได้ยากขึ้น

เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็ชอบพูดเรื่อ อิสรภาพทางการเงินกัน มากขึ้น หรือที่ชอบเรียกกันว่า Passive Income เป็นการที่มีรายได้เข้ามามากกว่ารายจ่ายแบบที่เราไม่

ต้องทำงาน เป็นการสร้างอิสรภาพทางการเงินให้ตัวเอง ซึ่งคนสมัยก่อนจะนิยมฝากเงินเพื่อหวังจะเอาดอ กเบี้ ยได้บ้าง แต่ถ้ามองดูยุคปัจจุบัน เราคงทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว และยิ่งลงทุนผิดที่กลายเป็นว่าเราจะต้องทำงานไปตลอดชีวิต และไม่มีคำว่า อิสรภาพทางการเงิน ให้เราได้เข้าใกล้ได้เลย

แหล่งที่มา:deesoulmuch.com, newshotnew.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *