Home / ข่าวทั่วไทย / ตอบ 5 คำถามพบบ่อย ก่อนเปิดให้ลงทะเบียน รับสิทธิ์เงิน 3,000

ตอบ 5 คำถามพบบ่อย ก่อนเปิดให้ลงทะเบียน รับสิทธิ์เงิน 3,000

โครงการ คนละครึ่ง มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับฐานราก สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยโดยเฉพาะกลุ่มหาบเร่ แผงลอย เพื่อให้มีรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น โดยภาครัฐร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไปผ่านฝ่ายของผู้ซื้อร้อยละ 50 โดยไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน หรือไม่เกิน 3,000 บาท ต่อคนตลอดระยะเวลาโครงการ เป็นวงเงินรวม 30,000 ล้านบาท

สำหรับการเปิดลงทะเบียนร้านค้าในโครงการคนละครึ่ง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากร้านค้าจำนวนมาก ส่วนประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่ง เว็บไซต์จะเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 16 ตุลาคม 2563 ผ่าน www.คนละครึ่ง.com ตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น. จำนวน 10 ล้านคน เริ่มใช้จ่าย 23 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2563 นี้

คุณสมบัติผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ มีบัตรประจำตัวประชาชน และเป็นบุคคลสัญชาติไทย

อายุตั้งแต่ 18 ปี บริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันลงทะเบียน

ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค. 2563 เวลา 06.00 น. ถึง 23.00 น.

ต้องไม่ใช่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

จำกัดจำนวนไม่เกิน 10 ล้านคน หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด

คำถามพบบ่อย การลงทะเบียนสำหรับประชาชน

1.สามารถใช้เบอร์โทรศัพท์มือถือซ้ำกันในการลงทะเบียนได้หรือไม่

เบอร์มือถือที่ใช้ลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว จะไม่สามารถลงทะเบียนซ้ำได้

2.การลงทะเบียนภาคประชาชน จะแจ้งผลผ่านช่องทางใดบ้าง

ประชาชนที่ลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง.com จะได้ผลลงทะเบียนทาง SMS ตามเบอร์มือถือที่แจ้งไว้

3.หลังจากลงทะเบียนแล้ว ประชาชนจะทราบผลภายในกี่วัน

ประชาชนที่ลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง.com จะได้ผลลงทะเบียนทาง SMS ตามเบอร์มือถือที่แจ้งไว้ ภายใน 3 วัน

4.ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถลงทะเบียนได้หรือไม่

ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะไม่สามารถลงทะเบียนบนเว็บไซต์ได้ ระบบจะล็อกให้ไม่สามารถลงทะเบียนได้

5.ประชาชนที่ลงทะเบียนเข้ารับสิทธิ์โครงการคนละครึ่ง สามารถเปลี่ยนแปลงเบอร์มือถือระหว่างรับสิทธิ์โครงการได้หรือไม่

ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเบอร์มือถือระหว่างรับสิทธิ์โครงการคนละครึ่งได้

อย่างไรก็ตาม กระทรวงการคลัง คาดว่าโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการคนละครึ่ง จะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนผู้มีรายได้น้อย และช่วยรักษากำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจ จากการเติมเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ 81,000 ล้านบาท ครอบคลุมประชาชน 24 ล้านคน ซึ่งจะช่วยให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นในช่วงที่เหลือของปี 2563 และส่งแรงขับเคลื่อนต่อเนื่องไปยังปี 2564

ที่มา:siamnews.com

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *